รายละเอียด ช.พ.ส.

ผู้มีสิทธิสมัคร

1. ผู้มีสิทธิสมัครสมาชิก ช.พ.ส. ต้องเป็นคู่สมรสที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ดำรงตำแหน่งหรือปฏิบัติหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

1. ครู

2. คณาจารย์

3. ผู้บริหารสถานศึกษา

4. ผู้บริหารสถานศึกษา

5. บุคลากรทางการศึกษาอื่น

6. ผู้ปฏิบัติงานด้านการศึกษา หรือ

7. เป็นสมาชิกคุรุสภา (สมาชิกคุรุสภาอาจสังกัดกระทรวงอื่น อันเนื่องมาจากการโอนตามกฎหมาย ต้องเป็นสมาชิกคุรุสภาก่อน 12 มิถุนายน 2546)


คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัคร

2. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครเป็นสมาชิก ช.พ.ส.

ผู้สมัครจะต้องมีอายุไม่เกิน 35 ปี หรือตามประกาศของคณะกรรมการ ช.พ.ส. เป็นกรณีๆ ซึ่งได้ปฏิบัติงานด้าน การศึกษาตามข้อ 1 คือ

3. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครเป็นสมาชิก ช.พ.ส. ต้องเป็นคู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมายของบุคคล ดังกล่าวในข้อ 1


เอกสารหลักฐานในการสมัคร

4. เอกสารหลักฐานในการสมัครสมาชิก ช.พ.ส.

ผู้สมัครสมาชิก ช.พ.ส.

1.ชุดใบสมัครสมาชิก ช.พ.ส. ประกอบด้วย
– ใบสมัครสมาชิก ช.พ.ส. (ชพส.1)
– ใบรับรองแพทย์ (ชพส.2)
– หนังสือรับรอง ชพส.4/1 (ของคู่สมรสผู้สมัครที่เป็นบุคลากรทางการศึกษา)

2.บัตรประจำตัวประชาชน ฉบับจริง พร้อมสำเนา

3.ใบสำคัญการสมรส ฉบับจริง พร้อมสำเนา

4.สำเนาคำร้องการใช้คำนำหน้าและชื่อสกุลเดิม (กรณีจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายใหม่)

5.สำเนาคำร้องการใช้ชื่อสกุลเดิม (กรณีหย่าแล้วจดทะเบียนสมรสใหม่)

6.สำเนาการเปลี่ยนชื่อ-ชื่อสกุล (ถ้ามี)

คู่สมรสของผู้สมัครที่เป็นบุคลากรทางการศึกษา

1.สำเนาบัตรข้าราชการ / บัตรเจ้าหน้าที่ของรัฐ / หรือบัตรอื่น ๆ ตามแบบที่หน่วยงานกำหนด

2.คำสั่งแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งปัจจุบัน? หรือสัญญาจ้าง

3.หนังสือรับรองตามแบบ ชพส.4/1

4.กรณีสถานศึกษาของเอกชน ให้นำสมุดประจำตัวครูฉบับจริง (เล่มสีฟ้า) พร้อมสำเนาและสำเนาใบอนุญาตให้เป็นครู (สช.11) หรือใบอนุญาตให้บรรจุครู (สช.18) ผู้สมัครต้องยื่นใบสมัครตามแบบที่ ช.พ.ส. กำหนด และเอกสารหลักฐานการสมัครพร้อมเงินค่าสมัคร 50 บาท และเงินสงเคราะห์ล่วงหน้าตามที่กำหนด  ผู้สมัครที่ยื่นใบสมัครอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความที่ควรแจ้งให้ทราบ เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิในการเป็น สมาชิก ผู้นั้นไม่มีสิทธิเป็นสมาชิก และไม่ได้รับเงินสงเคราะห์ จาก ช.พ.ส.

5.สำเนาคำร้องการใช้คำนำหน้าและชื่อสกุลเดิม (กรณีจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายใหม่)

6.สำเนาคำร้องการใช้ชื่อสกุลเดิม (กรณีหย่าแล้วจดทะเบียนสมรสใหม่)

7.สำเนาการเปลี่ยนชื่อ-ชื่อสกุล (ถ้ามี)

5. เอกสารหลักฐานในการสมัครสมาชิก ช.พ.ส. กรณีพิเศษ พ.ศ. 2556

ส่วนที่ 1  เอกสารของผู้สมัครสมาชิก ชพส. (คู่สมรสของครูและบุคลากรทางการศึกษา)

1.ผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิก ชพส.ต้องมายื่นเอกสารด้วยตัวเอง

2.บัตรประจำตัวประชาชน ฉบับจริง พร้อมสำเนา

3.ใบสำคัญการสมรส ฉบับจริง พร้อมสำเนา

4.ใบรับรองแพทย์ตามแบบ ชพส.2 (ตรวจที่โรงพยาบาลของรัฐบาลและสถานพยาบาลของสำนักงาน  สกสค. เท่านั้น!!)

5.สำเนาคำร้อง  สำเนาการขอใช้หรือสำเนาใบสำคัญการเปลี่ยน  ชื่อ – ชื่อสกุล คำนำหน้านาม ชื่อสกุลเดิม หรือทุกกรณีที่ ชื่อ – ชื่อสกุล  ไม่ตรงตามทะเบียนบ้าน  บัตรประจำตัวประชาชนและใบสำคัญการสมรส

ส่วนที่ 2  เอกสารของคู่สมรสผู้สมัคร ชพส. (ครูและบุคลากรทางการศึกษา

-เอกสารของครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกสังกัดที่ต้องใช้ (ทุกกรณี)

1.สำเนาทะเบียนบ้าน

2.สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน  หรือ สำเนาบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐฯ  หรือบัตรอื่น ๆ ที่หน่วยงานออกให้

3.หนังสือรับรองของบุคลากรทางการศึกษา ภายใน 1 เดือน  (ออกให้โดยหน่วยงานต้นสังกัด)

-กรณีเป็นครูและบุคลากรทางการศึกษา ข้าราชการ พนักงานหรือเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงศึกษา

1.สำเนาประวัติการรับราชการ (กพ.7) หรือสำเนาคำสั่งแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งปัจจุบัน หรือสัญญาจ้าง

-กรณีสังกัดโรงเรียนเอกชน

1.สมุดประจำตัวครู (เล่มสีฟ้า , สีเหลือง) ฉบับจริงพร้อมสำเนา หากไม่มีให้ใช้หนังสือรับรองการเป็นครู  ออกให้โดย สำนักงานการศึกษาเอกชน (สช.)

2.สำเนาใบอนุญาตให้เป็นครู (สช.11) หรือใบอนุญาตให้บรรจุครู (สช.18)

3.สัญญาจ้าง  (กรณีเป็นครูอัตราจ้าง , ครูผู้ช่วย , ครูพี่เลี้ยง ฯ เจ้าหน้าที่ )

-กรณีที่เป็นเอกชนนอกระบบ

1.สำเนาใบอนุญาตให้จัดตั้งสถานประกอบการ รับรองสำเนาโดยผู้รับใบอนุญาต

2.สำเนาคำสั่งแต่งตั้ง หรือเอกสารหลักฐานหรือหนังสือรับรอง ที่แสดงว่าเป็นบุคลากรในสถานประกอบการแห่งนั้น

3.สัญญาจ้างฉบับจริงพร้อมสำเนา (สัญญาจ้างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 1 ปี)

-กรณีที่เป็นเจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างในสหกรณ์ออมทรัพย์ครู

1.สำเนาคำสั่งแต่งตั้ง หรือเอกสารหลักฐานหรือหนังสือรับรอง ที่แสดงว่าเป็นบุคลากรในสถานประกอบการแห่งนั้น

2.สัญญาจ้างฉบับจริงหรือเอกสารหลักฐานที่แสดงว่าจ้างให้ปฏิบัติหน้าที่ ฉบับจริง พร้อมสำเนา จ้างต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

-กรณีที่เป็นสมาชิกคุรุสภา

1.สำเนาบัตรสมาชิกคุรุสภาตลอดชีพ หรือ  สำเนาใบประกอบวิชาชีพ หรือ  สำเนาใบเสร็จชำระเงินค่าบำรุงสมาชิกคุรุสภาตลอดชีพหรือรายปี หรือ

2.สำเนาประวัติการรับราชการ (กพ.7) หรือ

-ถ้าเป็นตำแหน่งอื่นๆ ต้องเป็นด้านการศึกษา ปฏิบัติหน้าที่ 10 ปีขึ้นไป

3.ถ้าเป็นสถานศึกษาของเอกชนให้ใช้สำเนาสมุดประวัติประจำตัวครูสังกัดสนง.การศึกษาเอกชน

-ถ้าเป็นครูเอกชนต้องทำการสอนติดต่อ 10 ปี ขึ้นไป

-กรณีที่เคยเป็นสมาชิก ชพส. แล้วลาออก

1.หนังสือรับรองของสำนักงาน สกสค.จังหวัด / กรุงเทพมหานคร  ซี่งรับรองว่าเคยเป็นสมาชิก ชพส. ตามแบบ ชพส. 4/1


หน้าที่ที่ ช.พ.ส. ต้องปฏิบัติ

5. สมาชิก ช.พ.ส. มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบ ดังนี้

5.1 จะต้องชำระเงินค่าสงเคราะห์รายศพ ให้แก่เพื่อนสมาชิกที่ถึงแก่กรรม ทุกๆ เดือน ในอัตรา ดังนี้

ช.พ.ส. อัตราค่าสงเคราะห์รายศพ ๆ ละ 1 บาท หน่วยรับเงิน ช.พ.ส. จะออกหลักฐานการรับเงินให้ดังนี้ คู่สมรสสมาชิก ช.พ.ส. ที่ได้รับเงินเดือนจะต้องยินยอม ให้หักเงิน ณ ที่จ่าย โดยหน่วยรับเงินจะออกใบเสร็จ รับเงินรวม ให้แก่หน่วยงานที่เป็นผู้หักเงินเดือน ณ ที่จ่าย โดยมีงบหน้าแสดงบัญชีรายชื่อของสมาชิกเป็นเอกสารประกอบ การรับเงิน หน่วยงานรับเงิน ช.พ.ค. และ ช.พ.ส. ที่ได้รับเงินจากหน่วยหักเงินเดือน ณ ที่จ่าย จะเป็นผู้ออกหนังสือรับรองการชำระเงินสงเคราะห์รายศพ ให้แก่สมาชิกเป็นรายบุคคล ทุก 6 เดือน (สิ้นเดือนมิถุนายนและธันวาคมของทุกปี) หรือ ในกรณีที่สมาชิกแจ้งความประสงค์ขอให้รับรองการชำระเงินเป็นกรณีๆ ไป ก็ได้ สมาชิก ที่ไม่มีเงินเดือน ให้ หัก ณ ที่จ่าย จะต้องมาชำระด้วยตนเองทุกเดือน หรือฝากชำระเป็นรายปี ณ หน่วยงาน ช.พ.ส. ที่สมาชิกสังกัด โดยหน่วยรับเงิน ช.พ.ส. จะออกใบเสร็จรับเงินให้แก่สมาชิก

5.2 สมาชิกย้ายที่อยู่หรือสถานที่ชำระเงิน สมาชิกต้องแจ้งการย้ายที่อยู่หรือสถานที่ชำระเงินให้คุรุสภาหน่วยงานที่ตน สังกัดเดิมทราบภายใน 7 วัน ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของสมาชิก การแจ้งย้ายเข้าที่คุรุสภาสังกัดใหม่ โดยไม่ได้แจ้งย้ายจาก สังกัดเดิม อาจทำให้เกิดการสับสน เป็นเหตุให้รายชื่อของท่านตกหล่น หรือมีปัญหาภายหลังได้

5.3 กรณีสมาชิกเปลี่ยนแปลง ชื่อ – สกุล หรือเปลี่ยนประวัติส่วนตัว ให้แจ้งการเปลี่ยนแปลง ณ หน่วยงาน ที่สมาชิก สังกัดอยู่โดยด่วน เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ของท่าน

6. สมาชิกจะถูกถอนชื่อให้พ้นจากการเป็นสมาชิก ช.พ.ส.

สำนักงาน ช.พ.ส. จะถอนชื่อสมาชิกที่ค้างชำระเงินสงเคราะห์รายศพ ตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป ผู้ที่ถูกถอนชื่อจะไม่ได้รับ การสงเคราะห์จาก ช.พ.ส. ผู้ที่ถูกถอนชื่อมีสิทธิยื่นเรื่องขอกลับเข้าเป็นสมาชิก ช.พ.ส. ได้ โดยต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการคณะกรรมการ ช.พ.ส. กำหนด เมื่อคณะกรรมการ ช.พ.ส. อนุมัติรับเข้าเป็นสมาชิกจึงจะมีสิทธิได้รับการสงเคราะห์ จาก ช.พ.ส.

7. กรณีที่ถูกไล่ออก ปลดออกจากราชการ ยังคงมีสิทธิการเป็นสมาชิก ช.พ.ส. ได้
สมาชิก ช.พ.ส. ที่พ้นจากสมาชิกภาพ ช.พ.ส. เพราะเหตุคู่สมรสที่เป็นสมาชิกคุรุสภา ถูกปลดออก ไล่ออก จากราชการ ให้ยังคงเป็นสมาชิก ช.พ.ส. ได้ เพื่อเป็นการรักษาสิทธิของสมาชิก จะต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงสถานที่จัดเก็บเงิน ค่าสงเคราะห์รายศพ ให้หน่วยงานที่สมาชิกสังกัดทราบ

8. สมาชิก ช.พ.ส. ที่หย่าต้องยื่นขอดำรงสมาชิกภาพ ช.พ.ส. กรณีหย่า
ตามระเบียบ ช.พ.ส. พ.ศ. 2550 ผู้ที่พ้นจากสมาชิกภาพ ช.พ.ส. กรณีหย่าและชำระเงินสงเคราะห์รายศพเป็นปัจจุบันขอดำรงสิทธิฯ ได้ โดยการยื่นคำขอดำรงตามแบบที่ ช.พ.ส. กำหนด พร้อมสำเนาใบสำคัญการหย่าและแบบคำขอระบุ (ชพส.8) ของผู้มีสิทธิรับเงินต่อประธานกรรมการ ช.พ.ส. ภายใน 60 วัน นับแต่ได้หย่า ส่วนสมาชิกที่มิได้ชำระเงินสงเคราะห์รายศพหรือกระทำภายในเวลากำหนดเวลา ต้องชำระเงินค่าธรรมเนียมในการขอดำรงฯ จำนวน 650 บาท พร้อมแนบใบรับรองแพทย์ (ชพส.2) (ทั้งกรณีกลับมาจดทะเบียนกับคู่สมรสคนเดิม และไม่ได้กลับมาจดทะเบียนกับคู่สมรสคนเดิม)

9. การระบุผู้มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์ครอบครัว ช.พ.ส.
ตามระเบียบ ช.พ.ส.?พ.ศ. 2550  กำหนดให้สมาชิก ช.พ.ส. ที่ไม่มีบุคคล ในครอบครัว ได้แก่ บิดา – มารดา คู่สมรส บุตรชอบด้วยกฎหมาย รวมถึงบุตรนอกสมรส ที่บิดารับรองแล้ว จึงจะมีสิทธิระบุสิทธิ รับเงินสงเคราะห์ครอบครัว ให้แก่ผู้อยู่ในอุปการะอย่างบุตร หรือผู้อุปการะ หรือมูลนิธิที่มีวัตถุประสงค ์เพื่อ การสงเคราะห์ครู หรือเพื่อเป็นทุนการศึกษาได้ สำหรับสมาชิก ช.พ.ส. ที่ได้ทำการระบุสิทธิรับเงินไว้แล้วตามระเบียบเดิม ให้ยังคง ได้รับสิทธิตามที่ทำการ ระบุไว้แล้ว ไม่ต้องทำการระบุใหม่
การยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงผู้มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์ครอบครัวจะกระทำได้เมื่อพ้นกำหนดเวลาสี่ปี นับแต่วันที่มีการระบุสิทธิ

10. กรณีคู่สมรสของสมาชิก ช.พ.ส. ถึงแก่กรรม ให้สมาชิก ช.พ.ส. แจ้ง “ขอดำรงสมาชิกภาพ ช.พ.ส.กรณีคู่สมรสถึงแก่กรรม” ด้วย โดยมีเอกสารประกอบ ดังนี้
1. แบบ ชพส.21 (เป็นแบบที่สำนักงานฯ กำหนด สามารถดาว์นโหลดได้จากเว็ปไซด์)
2. มรณบัตรคู่สมรส จำนวน 1 ฉบับ
3. ใบสำคัญการสมรส จำนวน 1 ฉบับ (พร้อมแสดงฉบับจริง)
4. ทะเบียนบ้านของสมาชิก ช.พ.ส.
5. ใบเสร็จรับเงินสงเคราะห์รายศพงวดปัจจุบัน
6. ใบสำคัญการเปลี่ยนชื่อ – ชื่อสกุล (ถ้ามี)


การบริการสงเคราะห์ครอบครัว

10. การให้บริการสงเคราะห์ครอบครัว ช.พ.ส.

เมื่อสมาชิกถึงแก่กรรม บุคคลในครอบครัวของสมาชิกมีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์ ซึ่งแบ่งเป็น 2 ประเภท

ประเภทที่ 1 เงินค่าจัดการศพ จ่ายทันทีที่ได้รับแจ้งการถึงแก่กรรม ช.พ.ส. รายละ 50,000 บาท

* ผู้มีสิทธิรับเงินยื่นเรื่องขอรับเงินค่าจัดการศพ ได้ที่สำนักงาน สกสค.จังหวัด/กรุงเทพฯ สำนักการศึกษา สำนักงาน ช.พ.ส. ที่สมาชิกถึงแก่กรรมสังกัดอยู่ แล้วแต่กรณี

ประเภทที่ 2 เงินสงเคราะห์ครอบครัว จำนวนเงินตามที่เก็บได้จากเพื่อนสมาชิกที่ยังมีชีวิตอยู่ โดยหักค่าจัดการศพ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานแล้ว
* ปัจจุบันนี้ จ่ายโดยประมาณ ช.พ.ส. รายละ 210,000 บาท


ผู้มีสิทธ์รับเงินสงเคราะห์

11. ผู้มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์จาก ช.พ.ส.
ผู้มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์ ช.พ.ส. ได้แก่ บุคคลในครอบครัวของสมาชิกที่ถึงแก่กรรม ตามลำดับก่อนหลัง ดังนี้
(1) คู่สมรสของสมาชิก ช.พ.ส. ที่ระบุไว้ในใบสมัคร
(2) บุตรของสมาชิก ช.พ.ส. และบุตรของคู่สมรสสมาชิก ช.พ.ส.
(3) บิดามารดาของสมาชิก ช.พ.ส. และบิดามารดาของคู่สมรสของ สมาชิก ช.พ.ส.
(4) ผู้อยู่ในอุปการะอย่างบุตรของสมาชิก ช.พ.ส.
(5) ผู้อุปการะสมาชิก ช.พ.ส.

* หากผู้มีสิทธิรับเงินในแต่ละลำดับยังมีชีวิตอยู่ ผู้ที่อยู่ในลำดับถัดไปไม่มีสิทธิได้รับ การสงเคราะห์
* ผู้ขอรับเงินค่าจัดการศพ ช.พ.ส. นอกจากจะต้องเป็นบุคคลตามลำดับก่อนหลัง ดังกล่าวแล้ว หากไม่ได้เป็นคู่สมรส ต้องแสดงหลักฐานหนังสือรับรองว่าเป็นผู้จัดการศพตามแบบ ที่ช.พ.ส.กำหนด หรือตามแบบของวัดหรือสถานที่ประกอบ พิธีทางศาสนาที่มีข้อความครบถ้วน เช่นเดียวกันก็ได้
* ในกรณีที่สมาชิก ช.พ.ส. หย่ากับคู่สมรสและดำเนินการตามระเบียบ ช.พ.ส. โดยขอดำรงสมาชิกภาพ และขอกลับ เข้าเป็นสมาชิก ช.พ.ส. ตามเดิม ได้ระบุผู้มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์ ครอบครัว ช.พ.ส. จะจ่ายเงินสงเคราะห์ครอบครัว ให้แก่ บุคคลที่สมาชิก ช.พ.ส. ได้ระบุให้


การยื่นเรื่องขอเงินค่าจัดการศพ

12. เอกสารหลักฐานในการยื่นเรื่องขอรับเงินค่าจัดการศพ ช.พ.ส.

  1. กรณีขอรับเงินค่าจัดการศพ ช.พ.ส.
  2. มรณบัตรของสมาชิกที่ถึงแก่กรรม จำนวน 3 ฉบับ (แสดงฉบับจริงด้วย)
  3. ใบสำคัญการสมรส จำนวน 2 ฉบับ (แสดงฉบับจริงด้วย)
  4. หนังสือรับรองการเป็นผู้จัดการศพ (ตามแบบที่สำนักงาน ช.พ.ส. กำหนด)
  5. สำเนาทะเบียนบ้านของผู้มีสิทธิรับเงิน จำนวน 2 ฉบับ
  6. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีสิทธิรับเงิน จำนวน 3 ฉบับ
  7. สำเนาทะเบียนบ้านของสมาชิกผู้ถึงแก่กรรม จำนวน 2 ฉบับ (ฉบับที่จำหน่ายถึงแก่กรรมแล้ว)
  8. ใบเสร็จรับเงินงวดปัจจุบัน หรือหนังสือรับรองการชำระเงินสงเคราะห์รายศพ
  9. สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทยของผู้มีสิทธิรับเงิน จำนวน 2 ฉบับ
  10. คำสั่งศาลกรณีเป็นคนสาปสูญ